ฐานอำนาจใหม่ พลังประชารัฐ ปูทาง “ประยุทธ์” คุมพรรค

ฐานอำนาจใหม่ พลังประชารัฐ ปูทาง “ประยุทธ์” คุมพรรค

รายงานพิเศษ

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมลงเสาเข็ม-ขึ้นคาน ปรับโครงสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง

สืบทอดเจตนารมณ์ 3 ป.แห่งบูรพาพยัคฆ์

“พิมพ์เขียว” พลังประชารัฐ มี “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น “สถาปนิก” กำลังก่อร่าง-ขึ้นโครงให้เสร็จทัน 18 เดือน ก่อนเลือกตั้งใหญ่

“พีระพันธุ์” โยนหัวเชื้อกลางวงที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 โดยมี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร “คีย์แมน” และ “หัวหน้ามุ้ง” นั่งฟังกันอย่างพร้อมเพรียง-ท่ามกลางความขัดแย้งร้าวลึก-พรรครอวันแตก

“หัวหน้าพรรคเห็นด้วย ร.อ.ธรรมนัส (พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค) ก็นั่งอยู่ด้วย ก็เห็นด้วยกับโครงสร้างพรรคที่ผมเป็นคนเสนอในที่ประชุม กก.บห.พรรค แต่ผมไม่ได้ไปแตะโครงสร้าง 10 หัวหน้าภาคเดิม” พีระพันธุ์กล่าวถึงโครงสร้างพรรคใหม่ 

ในข้อเท็จจริง ข้อเสนอให้ ส.ส.แต่ละภาค “เลือกกันเอง” เป็นความคิดของ “ร.อ.ธรรมนัส” เลขาธิการพรรค-ผู้เสนอต่อพล.อ.ประวิตร เนื่องจากที่ผ่านมาหัวหน้าภาคบางภาคทำงานไม่เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะไม่ได้รับความร่วมมือจาก ส.ส.ในภาคส่งผลให้การทำงานไม่ราบรื่น 

“เพื่อให้มีภารกิจชัดเจน เลขาธิการพรรคต้องดูแลงานหลายอย่างให้เน้นไปที่งานการเมือง ผู้อำนวยการพรรคก็เน้นภารกิจของพรรค (องค์กร) ส่วนงานด้านวิชาการเฉพาะด้านให้นำที่ปรึกษาจากภายนอกมาทำ” นายพีระพันธุ์ระบุ

สำหรับโครงสร้างพรรคฉบับ 3 ป. “คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร” เปิดเผยว่า 10 หัวหน้าภาคจะขึ้นตรงต่อรองหัวหน้าพรรครับผิดชอบภาคนั้น ๆ อาทิ รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบภาคใต้ รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบภาคเหนือ ซึ่งเป็นโครงสร้างของพรรคการเมืองปกติในปัจจุบัน แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงานว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบในงานส่วนใดบ้าง

คีย์แมนพลังประชารัฐรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้ ส.ส.ในแต่ละภาคได้ “เลือกกันเอง” ได้ชื่อหัวหน้าภาคครบทั้งหมดแล้ว เมื่อ พล.อ.ประวิตรเซ็นคำสั่งก็จะมีผลบังคับทันที

อาทิ ภาค 1 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท เขต 2 เป็นหัวหน้าภาค ภาค 6 นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์-ภรรยา “สันติ พร้อมพัฒน์” เป็นหัวหน้าภาค รองหัวหน้าภาค นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการภาค นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก

ภาค 10 (กทม.) นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม.เขต 30 บางกอกน้อย-บางพลัด หัวหน้าภาค รองหัวหน้าภาคด้านบริหาร

นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม.เขต 19 สะพานสูง-ประเวศ รองหัวหน้าภาคด้านยุทธศาสตร์ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตวัฒนา-คลองเตย รองหัวหน้าภาคด้านกิจกรรม

น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.เขตพญาไท-ราชเทวี-จตุจักร และเลขาธิการภาค นางกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.เขต 1 พระนคร-ป้อมปราบศัตรูพ่าย

ส่วนภาคอื่นที่เหลือยังต้องรอให้สะเด็ดน้ำ ได้แก่ หัวหน้าภาค 2 นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 หัวหน้าภาค 4 นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าภาค 5 นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3

หัวหน้าภาค 7 นายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 หัวหน้าภาค 8 นายนัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 และ หัวหน้าภาค 9 นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา เขต 1

“คนใกล้ชิดบิ๊กป้อมอีกราย” กล่าวว่า นอกจากนี้ จะนำโครงสร้างของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคบรรจุไว้ในข้อบังคับพรรค

เป็นโครงสร้างพรรคใหม่เพื่อรองรับบุคลากรระดับอดีต “ผู้บริหารองค์กร” ระดับชาติที่จะเข้ามา “เสริมทัพ” พลิกโฉม-ปรับภาพลักษณ์ให้กับพรรคพลังประชารัฐที่มี “สารพัดมุ้ง”

มีเป้าหมายให้ “ส.ส.พลังประชารัฐได้รับเลือกตั้งมากที่สุด”

โดยมีคนคุณภาพ-บิ๊กเนมที่จะเข้ามาร่วมชายคา “พรรคลุงป้อม” ต่อคิว-รอเปิดตัวยาวเหยียด

แต่ที่สะดุดไปเพราะคนเก่ายังหวงอำนาจ-ผลประโยชน์ที่เคยเสวยสุขอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ

อาทิ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) “น้องเลิฟ” พล.อ.ประวิตร ที่ยอม “ถอนตัว” จากผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้งที่ปูทางมากว่าครึ่ง-ค่อนทาง และยังลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

แต่มากลับหลัง 360 องศา เพราะ “ผู้ใหญ่” ขอให้ถอนตัว พ่วง “ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้”

อย่างไรก็ตามรายของ “บิ๊กแป๊ะ” อาจจะต้องรอไปถึงเดือนกันยายน 2565 เนื่องจากติดขัดในแง่มุมของกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 24  ประกอบมาตรา 9 (3) และรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (14) เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกินสองปี

“บิ๊กฉิ่ง” นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปัจจุบันอยู่ในสถานะสแตนด์บายพร้อมจะ “พับแผน” ตั้งพรรคอะไหล่-พรรคสำรอง ไว้รองรับ “พล.อ.ประยุทธ์” หากความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ “ไม่ยอมจบ”

“พีระพันธุ์” ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก่อนหน้านี้คือ คนที่ 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย “เชื่อมือ”

ให้เข้ามารับมอบหมายภารกิจลงหลัก-ปักฐานพรรคพลังประชารัฐให้เป็นสถาบันทางการเมือง-ไม่เป็นพรรคเฉพาะกิจ

“จะมาก็มา ถ้ามาผมก็รับอยู่แล้ว” พล.อ.ประวิตร พร้อมที่จะอ้าแขนรับหาก “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กฉิ่ง” สนใจสมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐ

3 คีย์แมน-ข้างกาย 3 ป. เข้าพรรค-แทรกซึมพลังประชารัฐ กับ 10 ขุนพลประจำภาค “มือทำงาน” เข้ามาจัดการ-บริหารพรรค

ใส่ความเห็น